Recruitment

ผมเชื่อว่าเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายคงได้มีโอกาส สัมภาษณ์งานกันมาบ้างครับ ผมเองสัมภาษณ์งานมาก็ไม่น้อย ทั้งเป็นผู้ถูกสัมภาษณ์และเป็นผู้สัมภาษณ์ในฐานะ career consultant หลายครั้งที่ประทับใจในผู้สัมภาษณ์ (Interviewer) และผู้ถูกสัมภาษณ์ (Candidate) แต่ก็ใช่ครับ มีบ้างครับที่ต้องยอมรับว่าแปลกใจกับการเจอทั้งผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์ที่มีความเฉพาะตัวทีเดียว มากไปกว่านั้นตัวงานจริง ๆ ของ career consultant ก็อาจทำให้คนหลายคนคิดว่าเป็นงาน Pure Human Resource ก็ไม่ผิดนะครับ แต่ก็ไม่ถูกครับ ผมคงนำเรื่องราวและสาระต่างๆ เกี่ยวกับการสรรหาบุคคลมาร่วมทีมทั้งในฐานะผู้หาและผู้ถูกหามาแบ่งปันให้เพื่อน ๆ นะครับ

หนังสือ 5 เล่มที่ต้องอ่าน สำหรับคนกำลังหางาน!!!

การอ่านช่วยเพิ่มมุมมองให้กับชีวิตเรานะครับ สำหรับผู้ที่กำลังหางาน ผมมีหนังสือแนะนำ 5 เล่มครับ บางเล่มผมเคยได้ยินมาบ้างครับ แต่ก็ยังไม่เคยได้อ่านซักเล่มนะครับ ผมแนบ link ของบทย่อของหนังสือแต่ละเล่มมาให้ด้วยนะครับ มาดูรายชื่อหนังสือกันเลยครับ

1. How To Win Friends and Influence People by Dale Carnegie

 

 หนังสือเล่มนี้้ถึงแม้จะเขียนมากว่า 80 ปีแล้วนะครับ แต่เนื้อหานั้นยังสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้นะครับ ผู้เขียนนั้นให้หลักการไว้ชัดเจนครับ เช่น ทำอย่างไรให้คนชอบเราและทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนนิสัยคนอื่นโดยที่ไม่ทำให้ผู้ผู้นั้นรู้สึกแย่กับเรา

2. What Color Is Your Parachute by Richard Nelson Bolles

หนังสือเล่มนี้ให้แนวคิดที่ดีนะครับ ในวิธีที่สวนทางกันระหว่างผู้หางานที่จะหาตำแหน่งงานและบริษัทที่กำลังหาพนักงาน ดังนั้นการเข้าใจวิธีที่บริษัทเค้ามองก็เป็นสิ่งที่ดีกับเราเองครับ

3Do What You Are by Paul D. Tieger and...Read More »


ใบลาออก...ยกเลิกได้หรือไม่

สวัสดีครับ

เมื่อไม่นานมานี้ มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า ที่ทำงานของเพื่อนมีพนักงานท่านหนึ่งได้ยื่นใบลาออกไปแล้วโดยยื่นเอกสารถูกต้องตามระเบียบของบริษัท ซึ่งพอหลังจากยื่นแล้วได้มีการคุยกับเพื่อนร่วมงาน แล้วไม่รู้อิท่าไหน พนักงานท่านนี้เกิดเปลี่ยนใจ ไม่อยากออกแล้ว คำถามที่มาถึงผมคือว่า พนักงานท่านนั้นขอยกเลิกใบลาออก ได้หรือไม่

 

ผมขออ้างถึงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง มีสิทธิ์เลิกสัญญาหรือโดยบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลิกสัญญาเช่นนั้น ย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง แสดงเจตนาดังกล่าวมาในวรรคก่อนนั้น ท่านว่าหาอาจจะถอนได้ไม่”

ดังนั้นคำตอบของคำถามนี้ (ตามหลักกฎหมาย) คือ เมื่อถึงวันที่ระบุว่าเป็นวันทำงานสุดท้ายในจดหมายลาออกนั้น พนักงานท่านนี้ก็ต้องพ้นสภาพการเป็นพนักงานทันทีครับ ที่เราเห็นกันว่า ลูกจ้างยื่นใบลาออกแล้ว เกิดเปลี่ยนใจแล้วก็ยังทำงานอยู่ได้นั้น ต้องบอกว่า นายจ้างเค้าใจดีครับ

...Read More »

วิธีรับความเครียดของคนที่ประสบความสำเร็จ (ตอนจบ)

เมื่อตอนที่แล้วได้แชร์ 5 วิธีแรกในการรับความเครียดของคนที่ประสบความสำเร็จ คราวนี้เรามาดูต่อกันเลยครับ

(ตอนที่แล้ว: http://www.centricoutsource.com/blog/recruitment/stress_and_performance)

6. หยุดการพูดกับตัวเองในเรื่องที่กำลังเจอในแง่ร้าย

ยิ่งครุ่นคิดกับเรื่องร้าย ๆ ที่กำลังเจอ เหมือนเป็นการเพิ่มความรุนแรงกับเรื่องนั้น ถ้าเราดึงสติเรากลับมาได้ทันจะพบว่าความคิดในแง่ร้ายเหล่านั้นเป็นแค่ความคิด บางเรื่องยังไม่เกิดด้วยซ้ำไป

7. เปลี่ยนมุมมองความคิด

พยายามตั้งสติแล้วปรับมุมมองความคิดไปในทางบวก การเขียนเรื่องที่เรากังวลออกมาเป็นข้อ ๆ แล้วมาอ่านอีกที ก็เป็นวิธีที่ดี เพราะเหมือนเป็นการกระตุ้นสติ แล้วเราจะพบว่าเรื่องนั้นไม่ได้ร้ายอย่างที่คิด

8. กำหนดลมหายใจ

การกำหนดลมหายใจเหมือนเป็นการเปลี่ยนจุดโฟกัสจากความเครียดไปอยู่ที่ลมหายใจ ถ้าใครไม่ถนัดกำหนดลมหายใจ ก็อาจนับลมหายใจเข้าออกก็ได้

9. คุยกับผู้ที่ยินดีรับฟังสารทุกข์สุกดิบของเรา

การได้พูดคุยหรือระบายความกังวลกับผู้ทีพร้อมจะรับฟังเราเสมอนอกจากจะเป็นการช่วยระบายความเครียด เราอาจได้รับคำแนะนำดี ๆ จากเค้าเหล่านั้นด้วย

10.นอนหลับให้เพียงพอ

การนอนไม่พอเป็นสาเหตุของการเพิ่มระดับฮอร์โมนของความเครียด การนอนหลับดีๆ สักคืนเหมือนเป็นการชาร์ตแบตให้กับสมองของเรา เพื่อทึ่จะตืนมาพร้อมกับความโล่งสบาย

เป็นวิธีจัดการความเครียดที่ผมว่ามีประโยชน์ทีเดียวนะครับ บางทีเราอาจจะทำอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว บางวิธีใครที่ยังไม่เคยลองก็ไปลองใช้กันดูได้ครับ

 

...Read More »

วิธีรับความเครียดของคนที่ประสบความสำเร็จ (ตอน 1)

ผมได้อ่านบทความเรื่องนี้ใน Linkedin แล้วเห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาแชร์ให้อ่านกันครับ บทความเรื่องนี้เกี่ยวกับการรับความเครียดของผู้ที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่ทราบกันว่าความเครียดนั้นมีผลเสียกับทั้งร่างกายและจิตใจ ในขณะเดียวกันความเครียดก็ไม่ใช่จะไม่มีประโยชน์ทีเดียวเพราะความเครียดที่เรามีบางทีก็เป็นตัวกระตุ้นให้เราทำงานที่เราตั้งใจให้เสร็จเหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือเราจะจัดการกับความเครียดอย่างไรให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับเรา ในบทความได้พูดถึง 10 วิธีในการรับความเครียด ดังนี้ครับ

Stress-Performance

1. พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
งานวิจัยจาก University of California สนันสนุนว่าการมีความคิดเช่นนี้จะทำให้ระดับ ฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียดลดลง มีผลทำให้กายและใจพร้อมที่จะทำงานมากขึ้น

2. หลีกเลี่ยงการถามตัวเองว่า “What If”
บางทีการตั้งคำถามว่า จะเป็นอย่างไร ถ้า…ก็ทำให้ประสิทธิภาพในการ Focus ทางแก้ปัญหาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งลดลงไปเหมือนกัน เพราะต้องคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นและจะแก้อย่างไรนอีกหลากหลาย Scenarios

3. คิดบวก
ความคิดในแง่บวกทำให้ความเครียดขาดช่วงไป ลองคิดถึงความคิดบวกในอดีดหรือในอนาคตที่กำลังจะเกิดก็ได้ครับ

4. อยู่เงียบ ๆ ซักระยะ
อันนี้หลักการเดียวกับข้อที่แล้วครับ เป็นการทำให้ความเครียดขาดช่วง มีการศึกษาพบว่า การทีวันหนึ่งมีการกำหนดช่วงเวลาให้หยุดอ่านอีเมล์ (Email Brake) สามารถช่วยลดระดับความเครียดได้ครับ

5. ลดระดับคาเฟอีนRead More »


4 วิธีสร้างสรรค์ในการจัดการกับพนักงานผลงานไม่ได้มาตรฐาน

 

4 Positive Alternatives to Firing Staff

ในสมัยก่อนเมื่อพนักงานในทีมเราทำงานได้ไม่ได้มาตราฐานตามที่บริษัทตั้งไว้ เราก็อาจจ้างออก แล้วหาคนใหม่มาแทนที่ แต่ในปัจจุบัน คนที่มีความสามารถและทักษะที่เราต้องการ ก็ไม่ได้จะหาได้ง่าย ๆ และก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อได้พนักงานคนใหม่มาแทน เค้าจะสามารถทำได้ดีกว่าคนเก่าเสมอไป เพื่อที่จะลดความเสี่ยงตรงนี้ คำถามที่พวกเราควรตั้งคือ เราสามารถปรับแต่งตัวเราและพนักงานคนนี้ได้อย่างไรบ้าง ลองดูข้อแนะนำ 4ขั้นตอนที่ทางผู้เขียนแนะนำให้ทำก่อนที่จะตัดสินใจอะไรไปนะครับ

1) Identify Performance Paradoxs: เชื่อไหมครับ พนักงานบางคนไม่รู้ตัวจริง ๆ ว่าทำงานไม่ได้ตามมาตรฐาน เค้าไม่ได้แกล้งนะครับ แต่เพราะพวกนาย ๆ ไม่ได้ให้ Feedback กับเค้า หรือไม่ได้บอก Expectation ของงานที่มอบหมายให้ ดังนั้น รีบไปตรวจดูครับว่าลูกน้องเราเป็นอย่างนี้หรือไม่ ถ้าใช้ รีบปรับที่ตัวเราครับ

2) Set Performance Improvement Goals:...Read More »


Counter Offer ที่ดีควรทำอย่างไร

Counter Offer คือการที่ทางบริษัทเสนอสิ่งจูงใจเพื่อจะรั้งพนักงานไว้ เมื่อพนักงานรายนี้ได้โอกาสทางการงานใหม่ จากการศึกษาของ Hay Group พบว่าพนักงานทั่วโลก มีการลาออกเพิ่มขึ้น ดังนั้นการ Counter offer เพื่อเก็บคนที่มีความสามารถไว้ในองค์กร จึงเป็นสิ่งที่หลายองค์กรปฏิบัติกันเมื่อพนักงานยื่นไปลาออก คราวนี้เรามาดูกันว่าจากการศึกษา Counter Offer มันมีผลมากน้อยแค่ไหน

จากการศึกษาพบว่า 50% ของพนักงานที่ได้รับ Counter Offer จะลาออกภายใน 2 ปี ซึ่งผลนี้ดันไปมีความใกล้เคียงกับอัตราการลาออกของพนักงานเข้าใหม่ในองค์กรต่าง ๆ  ดังนั้นไม่มีอะไรที่จะเสียครับในการที่จะลอง Counter Offer พนักงานครับ เพราะเราก็รู้ว่ากว่าจะสอนงานกันได้ จนทำงานได้คล่องใช้เวลาไม่น้อย งั้นเรามาดูกันว่าขั้นตอน Counter Offer นั้นควรทำกันอย่างไร

1) หาเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมพนักงานจึงตัดสินใจลาออก

พนักงานอาจต้องการพัฒนาทักษะการทำงานในด้านอื่น  ๆ หรือต้องการค่าตอบแทนที่มากขึ้น การที่เราไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงทำให้การ Counter offer ไม่เกิดผลดีในระยะยาว เพราะสุดท้ายพนักงานก็ไปอยู่ดี

2) หลีกเลี่ยงการเพิ่มเงินเดือนที่เกินโครงสร้างเงินเดือนของบริษัท

ไม่ควรทำนะครับ เพราะนอกจากจะทำให้คนอยู่เดิมหมด Motivation...Read More »


5 ข้อที่นายจ้างต้องให้ความสำคัญในการสัมภาษณ์งาน

 

มีหลายกรณีที่หลังจากสัมภาษณ์งาน แล้วได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในทีมงาน แต่หลังจากเริ่มงานใหม่ได้ไม่นานก็โดนให้ออกก่อนกำหนด ซึ่งเป็นการเสียโอกาสทั้งในส่วนของนายจ้างและลูกจ้าง จากการศึกษาของ NBRI (The National Business Research Institute) ทีอเมริกา พบว่า การว่าจ้างโดยไม่ได้มีขั้นตอนที่รัดกุมจะก่อให้เกิดผลเสียคิดเป็นมูลค่าขั้นต่ำก็ประมาณ 25,000 USD  คิดเป็นเงินบาทเราก็หลายแสนนะครับ

ดังนั้นต้องมาหาสาเหตุกันว่าทำไมการสัมภาษณ์งาน ถึงไม่ประสบความสำเร็จและหาวีธีแก้ไขกันครับ มีข้อแนะนำอยู่ 5 ประการที่ ผู้สัมภาษณ์งานควรปฏิบัติตามครับ

1) อย่าเร่งรีบจนเกินไป
จากผลการศึกษาของ NBRI พบว่าสาเหตุหลักที่สุดท้ายก็ต้องเอาพนักงานออกเป็นเพราะได้ว่าจ้างคนเข้าทำงานอย่างรีบเร่ง เพื่อให้ได้ คนเข้าทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ โดยเร็ว ทางออกที่จะหลีกเลี่ยงการว่าจ้างประจำอย่างเร่งรีบ ก็อาจจะจ้างพนักงานชั่วคราวไปก่อนหรือไม่ก็ ให้ทดลองงานจนเห็นกันไปเลยว่าถนัดกับงานที่ต้องรับผิดชอบหรือไม่

2) ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องที่จะประเมินผล
จากการสำรวจหน่วยงานราชการของสหรัฐอเมริกา (U.S. Goverment Study) พบว่าควรจะมีเรื่องที่จะประเมิณ 6 ถึง 8 ข้อ เพื่อที่จะใช้วัดความชำนาญของตำแหน่งนั้น ๆ

3) ควรมีหลักและขั้นตอนการสัมภาณ์ที่ชัดเจน
จากการศึกษาพบว่า 92%...Read More »


Generation Optimization- Retaining

คราวที่แล้วเราเล่าสู่กันฟังเรื่องทคนิคในการที่จะได้พนักงานในแต่ละ Generation (1. Traditionalists 2. Baby Boomers 3.  Gen X 4. Gen Y/Millennials) มาร่วมทีม (Generation Optimazation-Recruiting) วันนี้ลองมาดูกันว่าในองค์กรของเราในยุคนี้ที่มีหลาย Generation อยู่ร่วมกัน ฝ่ายบุคคลควรมีวิธีอย่างไรในการที่รักษาคนในแต่ละ Generation

Traditionalists: 

Generation นี้เค้าว่ากันว่าเป็น “Silent Generation”และให้ความสำคัญกับเรื่อง “ความเคารพ”มาก Generation นี้รักเดียวใจเดียวอยู่กับองค์กรไหนก็มักจะอยู่ไปจนเกษียณ เพียงให้ความเคารพกลุ่ม Generation นี้เรื่องการรักษาพนักงานกลุ่มนี้เพื่อนำประสบการณ์ที่เค้ามีมาพัฒนาองค์กรก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

Baby Boomers: 

ผู้ทำวิจัยระบุว่า ความพึงพอใจของ Generation นี้ ขึ้นอยู่กับ ความอิสระในการทำงาน นอกจากนั้น ผลประโยชน์ระยะสั้นต่าง  ๆ รวมถึงให้โอกาสในการเป็นผู้ให้คำปรึกษาพนักงานรุ่นน้อง สามารถรั้งให้เค้าอยู่กับองค์กรคุณได้นาน

Gen X:

Generation นี้มีความรับผิดชอบสูงต่อครอบครัว ดังนั้นเค้าต้องการความยืดหยุ่นและความมั่นคงในการงาน การสร้างบรรยากาสแบบอบอุ่นแนวครอบครัว...Read More »


Generation Optimization- Recruiting

ในปัจจุบันนี้เป็นยุคที่มีหลากหลาย Generation มาทำงานร่วมกันมากที่สุดในองค์กร ทั้ง Traditionalists, Baby Boomers,  Gen X และ Gen Y แอดมินมีเทคนิคดี ๆ ในการสรรหา,รักษา และสร้างแรงบันดาลใจให้กับองค์กรที่ประกอบไปด้วยหลากหลาย Generation วันนี้มาว่ากันในเรื่องของการ Recruiting หรือการสรรหาคัดเลือกหาคนมาร่วมทีมกันก่อนนะครับ

Recruiting (การสรรหาพนักงาน)

Traditionalists:  พนักงานในกลุ่มนี้ไม่ค่อยใช้เทคโนโลยี ดังนั้นในการหาคนกลุ่มนี้มาร่วมทีมต้องลงประกาศทางหนังสือพิมพ์หรือไม่ก็ใช้วิธีให้คนรู้จักแนะนำกัน

Baby Boomers:  สิ่งที่ดึงดูดคนกลุ่มนี้คือ ความมั่นคงทางการเงิน พร้อมกับ ผลประโยชน์ดี ๆ ที่บริษัทนำเสนอเช่น ประกันสุขภาพระดับ premium เป็นต้น

Gen X:  Generation นี้ ให้ความสำคัญกับ Image ของบริษัท ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคง แต่แนวทางการดำเนินธุรกิจขององค์กรต้องสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินชีวิตและความเชื่อของกลุ่ม Gen X

Millennials:  สื่อ online ต่าง ๆ...Read More »


พนักงาน 3 ประเภทในองค์กร แล้วพวกเราคือประเภทไหน

จากการสำรวจความคิดเห็นจากคนอเมริกัน 25 ล้านคนจากหลายร้อยองค์กร (the 2013 State of the American Workplace Report จัดทำโดย by Gallup) ได้ผลลัพท์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเภทของพนักงานในองค์กร ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทคือ

1) Engaged Employees 2) Disengaged Employees 3) Actively Disengaged Employees

Types of Employees in Your Organization

Engaged Employees:  พนักงานที่มีความสุขและความรู้สึกที่ดีให้กับองค์กร พร้อมที่จะเอาตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาองค์กร

Disengaged Employees: มองง่าย ๆ ก็คือพนักงานที่ำทำงานไปวัน ๆ ครบเวลาทำงานก็กลับบ้าน จะว่าไปมาก็เพื่อลงบันทึกเวลาทำงานแค่นั้น

Actively Disengaged...Read More »


มี Skills อยู่กับตัว ไม่ต้องกังวลกับการหางาน

เมื่อวานได้พูดถึงมุมมองของผู้ทีีสัมภาษณ์เรา เค้าอยากได้ยินและเห็นเราอย่างไรบ้างตอนสัมภาษณ์ วันนี้ลองมาดูกันว่าหากเราประสบการณ์ทำงานน้อย หรือมี gap ใน resume ของเรา เราจะทำอย่างไรดีเพื่อให้เราเป็นหนี่งในตัวเลือกของบริษัทที่เราสมัครไป ลองมาดูกันทีละข้อนะครับ

1. Professional Appearance …ความประทับใจเมื่อแรกพบอย่าให้พลาด

ยังไงเรื่องนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ผมขอย้ำ ๆ  ๆ   ๆ ครับ อันนี้ไม่ใช่แต่เพียงเรื่องการแต่งกาย แต่รวมถึงสิ่งที่ทำให้เค้าคิดถึงเราได้ เช่น Resume ควรให้ใครสักคนช่วยอ่านตรวจสอบอีกที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความถูกต้องของตัวสะกด ต้อง error free ! นะครับ อีกเรื่องก็คือสมัยนี้ ระบุตัวตนได้ง่ายนะครับ ถามอากู๋ก็เจอเราแล้ว ดังนั้น หากมีภาพของเราที่ไม่เรียบร้อยในโลก online เอามันออกไปก็ดีนะครับ

2. List ออกมาให้หมด Skills การทำงานต่าง ๆ แล้วใช้ศัทพ์ที่เป็นทางการ

ลองนึกดูครับ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่ได้ทักษะอะไรในงานที่เราเคยทำ ….ถึงแม้จะเป็นนักศึกษาจบใหม่ ทักษะที่ต้องมีก็เช่น Ability...Read More »


มาดูกันว่าคนที่เค้าสัมภาษณ์เราเค้าอยากบอกอะไรเราบ้าง

จากประสบการณ์ที่ได้อยู่ในขั้นตอนของการสัมภาษณ์งาน คิดว่าหากผู้ถูกสัมภาษณ์สามารถเปล่งพลังแสงออกมาให้ได้ตามหัวข้อที่จะเล่าสู่กันฟังก็คงดีมิใช่น้อยครับ อย่างไรก็ตามการสัมภาษณ์งานที่ดีก็คงหนีไม่พ้นการเป็นตัวของตัวเราเองครับ เพราะจะว่าไปสถานที่ทำงานก็เหมือนเป็นอีกบ้านครับ คงพอเดากันได้นะครับ การที่มีเข้ากับคนที่บ้านไม่ได้ ชีวิตเราดูจะไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ ดังนั้น แต่งเสริมเติมแต่งข้อที่จะแนะนำไปเป็นรูปแบบของตัวเองนะครับ

1. ทำตัวให้เค้าชอบเรา

อันนี้พูดง่าย ๆ ก็คือ First Impression ครับ การสัมภาษณ์งานก็มีส่วนคล้ายการออกเดทนะครับผมว่า เพียงแต่เป็นความสัมพันธ์แบบ professional ดังนั้นทำให้แว๊ปแรกที่เค้าเห็นเราแล้วเค้าประทับใจก็มีชัยไปกว่าครึ่งครับ เชื่อผมครับ มีนะครับ คนที่อาจจะเป็นตัวของตัวเองมากเกินจนแสดงออกมาทั้งในเรื่องการแต่งกาย และการพูด…..เค้าก็ไม่ผิดครับ แค่องค์กรส่วนมาก (ผมคิดเองนะครับ) ยังให้ความสำคัญเรื่อง First Impression (ในทางที่ดี) ครับ

2. อย่าเพิ่งออกตัวแรง “ผมอยากได้งานนี้”, “งานนี้ใช่เลย” จนกว่าจะได้ฟังและสอบถามรายละเอียดของงาน

ไม่ต้องอะไรมากครับ ลองหลับตาแล้วนึกดูว่ามีคนสองคนครับ คนหนึ่งเปิดตัวเลย อยากได้งานนี้มากครับ เพราะ บลา  ๆ ๆ ๆ ในขณะเดียวกันอีกคนมีมาดนิดนึง ถามก่อนครับว่า งานนี้จริง ๆ แล้วเกี่ยวกับอะไร ผมคิดว่าเป็นอย่างนี้นะ เป็นเหมือนที่ผมคิดรึเปล่า ต้องเดินทาง,...Read More »


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *