กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: เงินอะไรที่พนักงานได้เมื่อออกจากกองทุนฯและภาระภาษี ตอน 2

Carrying tax

บทความที่แล้วเราเห็นภาพแล้วนะครับว่าเงินที่ได้จากกองทุนเมื่อเราออกจากกองทุนก็จะมีทั้งหมด 4 ส่วนนะครับ ส่วนที่นำมารวมคิดภาษีนั้นก็คือส่วนที่ (2) ถึง (4) ครับ คราวนี้ถ้าเกิดเราไม่ได้เกษียณอายุ แล้วอยากนำเงินก้อนนี้ออกมาใช้เราจะจัดการอย่างไรเพื่อให้มีภาระภาษีน้อยที่สุด ผมขอแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้ครับ ซึ่งแต่ละกรณีขึ้นกับอายุงานของท่านทั้งหลายครับ

 

  • อายุงานน้อยกว่า 5 ปี (ณ ที่ทำงานที่ได้เงินก้อนนั้น)

ถ้าตัดสินใจว่าจะนำเงินที่ได้จากกองทุนฯ ออกมา จะว่าไปท่านไม่มีทางเลือกอะไรเลยครับ เพราะต้องนำเงินทั้ง 3 ส่วนนั้น (ไม่รวมส่วนที่ 1 นะครับ เพราะเสียภาษีไปแล้ว) ไปรวมคิดกับเงินได้ทั้งปีและคิดภาษีเหมือนปกติครับ (การคำนวณภาษีเงินได้ตามมาตรา 48(1) แห่งประมวลรัษฎากร) ซึ่งปกติแล้วทางกองทุนจะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้วครับ (เสริมให้นิดนึงครับ ทางกองทุนนำเงินที่ได้จากกองทุนเท่านั้นนะครับมาหักภาษี ไม่ได้นำรายได้ทั้งปีเรามารวมด้วย ดังนั้นภาษีที่ถูกหักอาจน้อยกว่าความเป็นจริงครับ) และให้หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่เราเรียกติดปากกันว่าแบบ 50 ทวิ มาให้สำหรับการยื่นภาษีปลายปีครับ

ในกรณีนี้ถ้าไม่รีบใช้เงินไปลงทุนอย่างอื่น ผมแนะนำให้คงเงินไว้ในกองทุนแล้วโอนเข้ากองทุนใหม่ในที่ทำงานใหม่ครับ เพื่ออย่างน้อยก็อยู่ในกองทุนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปเพื่อจะได้สามารถแยกยื่นเงินก้อนนี้ได้ครับ ประหยัดภาษีไปได้เยอะอยู่นะครับ

 

  • อายุงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป

ในกรณีนี้ท่านสามารถยื่นภาษีโดยอ้างอิงมาตรา 48(5) แห่งประมวลรัษฎากร  ส่วนหนึ่งของมาตรา 48(5) มีรายละเอียดดังนี้ครับ

 

ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ก็ได้สำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน ซึ่งได้คำนวณจ่ายจากระยะเวลาที่ทำงานและได้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด โดยให้นำเงินได้พึงประเมินดังกล่าวหักค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเท่ากับ 7,000 บาท คูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานแต่ไม่เกินเงินได้พึงประเมิน เหลือเท่าใดให้หักค่าใช้จ่ายอีกร้อยละ 50 ของเงินที่เหลือนั้น แล้วคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้

 

ณ จุดนี้ มันเยี่ยมมากครับ คิดดูซิครับเราสามารถแยกเงินได้ก้อนนี้มาไต่ขั้นบันไดภาษีใหม่ ไม่งั้นเงินทั้งก้อนนี้อาจถูกนำไปคิดในขั้นที่อัตราภาษีสูง ๆ ในกรณีที่เงินเดือนของท่าน ๆ สูง ๆ อะนะครับ แต่ระวังพลาดนะครับ การคำนวณภาษีตามมาตรา 48 (5) จะไม่ได้รับการยกเว้นเงินได้ 150,000 บาทแรกนะครับการยกเว้นนี้ใช้ได้กับการคิดภาษีตามมาตรา 48 (1) เท่านั้นครับ ปกติทางกองทุนก็จะดูอายุงานเราครับ แล้วเค้าจะคำนวณแบบแยกยื่นมาเลยครับในกรณีที่อายุงานเราเกิน 5 ปีครับ

 

มีอีกจุดที่อยากเสริมครับ คือเรื่องการนับอายุงานตามหลักของสรรพากร ถ้าเศษของปีถึงหนึ่งร้อยแปดสิบสามวันให้ถือเป็นหนึ่งปี ถ้าไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบสามวันให้ปัดทิ้ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *