หัก 3% vs 40(2) ต่างกันอย่างไร? คู่มือจ้าง Freelance ให้ถูกหลักกรมสรรพากรสำหรับ SME

สำหรับบริษัทหรือ SME ที่มีการจ้างงาน Freelance หรือที่ปรึกษาภายนอก ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดและสร้างความสับสนให้กับทั้งฝ่ายบัญชีและผู้รับจ้าง คือการเลือกระหว่าง “หักภาษี ณ ที่จ่าย 3%” หรือ “หักตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (40(2))”

การเลือกผิดประเภทไม่เพียงแต่ส่งผลต่อจำนวนเงินที่ Freelance ได้รับ แต่ยังอาจนำไปสู่ปัญหาการตรวจสอบย้อนหลังจาก กรมสรรพากร ได้ วันนี้ Centric Outsource จะมาสรุปข้อแตกต่างและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายครับ

1. เงินได้ประเภท 40(2) คืออะไร?

เงินได้ตามมาตรา 40(2) คือ เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม, ค่านายหน้า, หรือค่าตอบแทนในการรับจ้างทำของบางประเภทที่เน้น “ทักษะส่วนบุคคล” เป็นหลัก

  • ตัวอย่าง: ที่ปรึกษาบริษัท, นักพูด, ตัวแทนจำหน่าย, งาน Freelance รับจ้างออกแบบหรือเขียนโปรแกรมที่ทำเป็นโปรเจกต์
  • การหักค่าใช้จ่าย: สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท (โดยต้องนำไปรวมกับเงินได้ประเภท 40(1) หรือเงินเดือนด้วย)

2. ข้อแตกต่างระหว่าง หัก 3% กับ หัก 40(2)

ความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุดคือ “ถ้าเป็น Freelance ต้องหัก 3% เสมอ” ซึ่งในความเป็นจริงมีความแตกต่างกันดังนี้:

หัวข้อเปรียบเทียบ หัก ณ ที่จ่าย 3% (งานบริการ) หัก ณ ที่จ่าย 40(2) (รับทำงานให้)
ประเภทเงินได้ ส่วนใหญ่ตกอยู่ใน 40(8) หรืองานบริการทั่วไป เงินได้จากการรับทำงานให้ตามมาตรา 40(2)
วิธีคำนวณภาษี หักคงที่ 3% จากยอดก่อน VAT ทันที คำนวณแบบ “ขั้นบันได” (Progressive Rate) เหมือนเงินเดือน
ความเหมาะสม งานรับจ้างทำของที่มีลักษณะเป็น “บริการทั่วไป” งานที่ใช้ทักษะเฉพาะตัว หรือมีลักษณะคล้ายงานประจำแต่ไม่ใช่

3. วิธีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 40(2) ที่ถูกต้อง

ตามประมวลรัษฎากร การหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ 40(2) หากผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา ต้องคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ใช่การหัก 3% แบบเหมาเข่ง โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  1. ประมาณการณ์เงินได้ทั้งปี: นำค่าจ้างครั้งนี้รวมกับครั้งก่อนๆ (ถ้ามี) เพื่อประเมินรายได้ทั้งปีของผู้รับจ้าง
  2. หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน: หักค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ (50% ไม่เกิน 1 แสน) และค่าลดหย่อนส่วนตัว
  3. คำนวณภาษีตามขั้นบันได: นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามอัตรา 5%, 10%, 15%…
  4. หารเฉลี่ย: นำภาษีที่ต้องเสียทั้งปีมาหารเฉลี่ยตามงวดที่จ่าย

*หมายเหตุ: หากคำนวณแล้วเงินได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี (ไม่เกิน 150,000 บาทต่อปีหลังหักค่าใช้จ่าย) บริษัทอาจไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเลยก็ได้ แต่ต้องออกใบรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ระบุยอดเป็น 0

4. ทำไมหลายบริษัทถึงยังหัก 3%?

ในทางปฏิบัติ SME มักเลือกหัก 3% เพราะความสะดวกและ “ปลอดภัยไว้ก่อน” เนื่องจากกรมสรรพากรระบุว่า การรับจ้างทำของ/บริการ ให้หัก 3% ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 แต่หากเป็นการจ้าง Freelance ที่มีลักษณะเป็นการรับทำงานให้ตาม 40(2) จริงๆ การหัก 3% อาจถือว่าหัก “ผิดวิธี” หรือ “หักขาด” หาก Freelance คนนั้นมีรายได้สูงจนต้องเสียภาษีในฐานที่สูงกว่า 3%

แหล่งข้อมูลอ้างอิงจากกรมสรรพากร:

ลดความสับสนเรื่องภาษีเงินเดือนและค่าจ้าง

การคำนวณภาษี 40(2) แบบขั้นบันไดมีความซับซ้อนกว่าการหัก 3% ทั่วไป Centric Outsource ช่วยคุณจัดการเรื่องนี้ได้ด้วยบริการ รับทำเงินเดือน (Payroll Outsource) ที่ครอบคลุมทั้งพนักงานประจำและ Freelance ถูกหลักสรรพากร 100%

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินราคาฟรี ติดต่อเราคลิกเลย

en_USEnglish
Scroll to Top