โพสต์ตัดพ้อบริษัทระวังปลดฟ้าผ่า! เจาะลึกกฎหมายการเลิกจ้างและข้ออ้างเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ในเช้าวันจันทร์ที่แสนจะวุ่นวาย เชื่อว่าฝันร้ายที่สุดของเจ้าของธุรกิจ SME และทีม HR คือการที่ต้องตื่นมาเจอการแจ้งเตือนคดีแรงงาน จากกรณี การเลิกจ้าง และการฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจากลูกจ้าง เพราะสำหรับคนทำธุรกิจแล้ว การดูแลคนและการจัดการระบบบัญชีหลังบ้านอย่างเรื่องเงินเดือนเป็นเรื่องที่ปวดหัวเป็นอันดับต้นๆ หลายบริษัทจึงเลือกที่จะหันมาใช้บริการ Payroll Outsourcing Thailand เพื่อช่วยลดภาระงานส่วนนี้ลง และเอาเวลาไปเน้นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กรแทน

แต่เมื่อถึงจุดที่ความสัมพันธ์ระหว่าง “นายจ้าง” และ “ลูกจ้าง” เดินมาถึงทางตัน การจากลาก็ต้องเกิดขึ้น และถ้าจากกันไม่ดี… ดราม่าระดับชาติก็จะย้ายเข้าไปอยู่ในศาลแรงงานทันที! วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องนี้แบบเข้าใจง่าย และสนุกไปด้วยกันครับ

1. “เลิกจ้างไม่เป็นธรรม” คืออะไร? นายจ้างต้องรู้ก่อนโดนฟ้อง!

ตามกฎหมายแรงงานของไทย คำว่า “การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม” (Unfair Dismissal) ไม่มีคำนิยามเขียนไว้ชัดเจนเป๊ะๆ ในตัวบทกฎหมาย แต่หลักการที่ศาลใช้พิจารณาคือ “การเลิกจ้างนั้นมีเหตุอันสมควรและเพียงพอหรือไม่”

หากนายจ้างปลดพนักงานออกเพียงเพราะรู้สึกไม่ถูกชะตา ทำงานช้าเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่มีการตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน หรือเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ ลูกจ้างมีสิทธิ์ยื่นฟ้องศาลแรงงานขอให้สั่งรับกลับเข้าทำงาน หรือเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ทันที ซึ่งในจุดนี้หากบริษัทของคุณเลือกใช้บริการ HR Outsource หรือ บริการ Payroll ที่มีความเชี่ยวชาญ คอยช่วยดูแลเรื่องกฎหมายแรงงานและการจัดทำเอกสารเตือนที่รัดกุม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากการฟ้องร้องนี้ไปได้เยอะมากครับ

2. บทเรียนราคาแพงจาก “ฎีกาที่ 8206/2560” บ่นเจ้านายลงเฟซบุ๊ก = โดนไล่ออกไร้ค่าชดเชย!

มาถึงช่วงดนตรีคลาสสิกของชาวเน็ตที่ชอบตั้งสเตตัสพาดพิงบริษัท หลายคนคิดว่า “เฟซบุ๊กส่วนตัวจะโพสต์อะไรก็ได้ เจ้านายไม่มีสิทธิ์มายุ่ง” บอกเลยว่า… คิดผิดถนัดครับ!

ลองมาดูคดีประวัติศาสตร์ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8206/2560 มีลูกจ้างคนหนึ่งคับแค้นใจเลยไปโพสต์ระบายบนเฟซบุ๊กส่วนตัวทำนองว่า “เจ้านายชอบกลั่นแกล้ง และบริษัทนี้ขาดทุนสะสมมาตลอด 3 ปี เจ้านายหลังบ้านกำลังจะโกงเงิน…” (อุ๊ย!)

พอนายจ้างเห็นเข้า ก็ทำการเลิกจ้างทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชยใดๆ ลูกจ้างจึงยื่นฟ้องศาลว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

แต่สุดท้าย ศาลฎีกาตัดสินว่าการกระทำของลูกจ้างถือเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย เพราะข้อความที่โพสต์ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือของบริษัท และความเชื่อมั่นของลูกค้าอย่างรุนแรง ศาลจึงตัดสินให้นายจ้างมีสิทธิ์เลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และไม่ใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม!

เห็นไหมครับว่าความปากไวบนโลกออนไลน์มีราคาที่ต้องจ่ายสูงมาก ดังนั้นนายจ้างต้องระมัดระวังและเก็บหลักฐาน (เช่น แคปหน้าจอ) ให้ถูกต้องเพื่อใช้ยันในศาล

3. ป้องกันดราม่าในองค์กรด้วยระบบหลังบ้านที่มืออาชีพเลือกใช้

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาข้อพิพาทจนนำไปสู่ การฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจากลูกจ้าง สิ่งสำคัญคือการมีข้อตกลงในการทำงาน คัมภีร์ระเบียบวินัย และระบบการประเมินผลงานที่จับต้องได้จริง

นี่คือเหตุผลที่ธุรกิจยุคใหม่มักเลือกตัดความกังวลใจในเรื่องงานเอกสาร และหันมาเลือกผู้ให้บริการ รับทำเงินเดือน หรือบริการ Outsource เงินเดือน ที่มีมาตรฐานเข้ามาช่วยจัดการระบบหลังบ้าน เพราะนอกจากจะช่วยทำจ่ายเงินเดือนได้ถูกต้องแม่นยำแล้ว ยังช่วยให้ระบบภาษีและกองทุนประกันสังคมเป็นไปตามกฎหมายแบบ 100%

ไม่ว่าคุณจะเป็น Payroll SME ที่ต้องการขยายตัว หรือเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มองหาพาร์ทเนอร์ด้าน รับทำ Payroll บริษัท เพื่อทำระบบ HR Payroll Outsourcing และ Payroll Processing Thailand ที่สมบูรณ์แบบ การมีหลังบ้านที่แกร่งจะช่วยลดดราม่าเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความขัดแย้งในที่ทำงานลงได้อย่างเห็นได้ชัด

การดูแลคนเริ่มต้นที่การสร้างระบบที่เป็นธรรม

การทำธุรกิจก็เหมือนการเดินทางร่วมกันของคนหลายๆ คน การเลิกจ้างอาจเป็นทางออกสุดท้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่หากระบบหลังบ้านของคุณเป๊ะ มีการประเมินผลที่เป็นธรรม และเลือกพาร์ทเนอร์ที่เชี่ยวชาญอย่างการใช้บริการ Payroll Service Thailand หรือเลือกที่จะ Payroll Outsource งานออกไป คุณจะสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างประนีประนอม ถูกต้องตามกฎหมาย และจากกันด้วยดีโดยไม่ต้องพึ่งพาโรงศาล

เพราะในท้ายที่สุดแล้ว หัวใจของการทำธุรกิจไม่ได้อยู่ที่การเอาชนะข้อพิพาทกฎหมาย แต่อยู่การสร้างบรรยากาศการทำงานที่ทุกคนสบายใจและพร้อมเติบโตไปด้วยกันต่างหากครับ!

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

en_USEnglish
Scroll to Top