Author name: admin

ทำไมบริษัทเปิดใหม่ควรเลือกใช้บริการ Payroll Outsource ตั้งแต่วันแรก

ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ เจ้าของกิจการมักต้องแบกรับหน้าที่หลายอย่าง การทำเงินเดือนและสวัสดิการพนักงานเป็นงานเอกสารที่ใช้เวลาสูงและต้องมีความรู้ด้านกฎหมายเฉพาะทาง เน้นโฟกัสที่ธุรกิจหลัก แทนที่จะเสียเวลาครึ่งวันในแต่ละเดือนเพื่อตรวจสอบยอดเงินและเตรียมไฟล์ธนาคาร การ Outsource งานส่วนนี้ช่วยให้ผู้บริหารมีเวลาไปโฟกัสกับการหาลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เต็มที่ ลดต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) การจ้างพนักงาน HR ประจำหนึ่งคนมีค่าใช้จ่ายทั้งเงินเดือน สวัสดิการ และอุปกรณ์ทำงาน แต่การใช้บริการรับทำเงินเดือนมีค่าใช้จ่ายตามจำนวนพนักงานจริง (Pay-as-you-go) ซึ่งยืดหยุ่นกว่ามากสำหรับบริษัทขนาดเล็ก ลดความเสี่ยงด้านความผิดพลาด บริษัทรับทำเงินเดือนมืออาชีพจะมีระบบที่อัปเดตกฎหมายภาษีและประกันสังคมอยู่เสมอ ช่วยลดความเสี่ยงที่บริษัทจะถูกตรวจสอบหรือโดนค่าปรับจากการทำเอกสารไม่ถูกต้อง

ทำไมบริษัทเปิดใหม่ควรเลือกใช้บริการ Payroll Outsource ตั้งแต่วันแรก Read More »

5 ข้อผิดพลาดในการทำ Payroll ที่ SME ไทยพบบ่อยที่สุด

การทำเงินเดือนดูเหมือนจะเป็นเรื่องการบวกลบตัวเลขทั่วไป แต่สำหรับธุรกิจ SME ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของพนักงานและปัญหาข้อพิพาทแรงงานได้ 1. คำนวณค่าล่วงเวลา (OT) ผิดประเภท หลายธุรกิจสับสนระหว่างการทำ OT ในวันธรรมดา (1.5 เท่า) กับการทำงานในวันหยุด (1 เท่า หรือ 3 เท่า) การใช้ฐานเงินเดือนที่ไม่รวมเบี้ยเลี้ยงประจำมาคำนวณอาจทำให้ลูกจ้างได้รับเงินไม่ครบตามกฎหมาย 2. ส่งเงินสมทบประกันสังคมล่าช้า การเลยกำหนดวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทำให้บริษัทต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของจำนวนเงินที่ขาดไป ซึ่งเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงได้ 3. หักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ถูกต้อง การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้าต้องอาศัยความแม่นยำ หากหักไว้น้อยเกินไป พนักงานจะได้รับภาระหนักในช่วงปลายปี 4. ไม่จัดทำเอกสารแสดงรายได้ (Payslip) ตามกฎหมายนายจ้างต้องให้หลักฐานการจ่ายเงินเดือนพนักงาน การไม่มีระบบจัดเก็บที่ดีทำให้ยากต่อการตรวจสอบย้อนหลัง 5. ขาดการสำรองข้อมูล การเก็บข้อมูลไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวโดยไม่มีระบบ Cloud เสี่ยงต่อการสูญหายของข้อมูลสำคัญเมื่ออุปกรณ์เสียหาย

5 ข้อผิดพลาดในการทำ Payroll ที่ SME ไทยพบบ่อยที่สุด Read More »

อัปเดต 2569: เพดานประกันสังคมใหม่ 17,500 บาท SME ต้องเตรียมตัวอย่างไร

สรุปการปรับเพดานประกันสังคมปี 2569 จาก 15,000 เป็น 17,500 บาท และผลกระทบต่อต้นทุนแรงงานของ SME

อัปเดต 2569: เพดานประกันสังคมใหม่ 17,500 บาท SME ต้องเตรียมตัวอย่างไร Read More »

Black Calculator Near Ballpoint Pen on White Printed Paper

เงินได้จากค่าย้านถิ่นฐานเข้า/ออก จากบริษัทในประเทศไทย (Relocation Allowance) ของพนักงานต่างชาติเสียภาษีหรือไม่อย่างไร

มีลูกค้าขอคำปรึกษามาบ่อยพอสมควรครับ กรณีที่มีพนักงานชาวต่างชาติจะเดินทางกลับประเทศ แล้วนายจ้างใจดีออกค่าเดินทางให้เช่นค่าตั๋วเครื่องบินรวมถึงค่า Courier ในการขนสัมภาระต่าง ๆ กลับประเทศถิ่นฐานเดิม เงินได้ตรงนี้ต้องนำมารวมคำนวณภาษีหรือไม่ การตอบคำถามนี้ผมขอยกประมวลกฎหมายรัษฎากรมาตรา  40(1) และ มาตรา 42(3) มาช่วยในการตัดสินใจนะครับ เงินได้อันนี้ถือเป็นเงินได้ที่ได้จากการจ้างงานนะครับ เพราะฉะนั้นต้องนำมาคำนวณภาษีครับ แต่อย่างไรก็ตาม มาตรา 42 มีการกล่าวถึง เงินได้พึงประเมินบางประเภทที่ไม่ต้องนำมาคิดภาษีครับ ซึ่งมาตรา 42(3) กล่าวดังนี้ครับ   “เงินค่าเดินทางซี่งนายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเฉพาะส่วนที่ลูกจ้างได้จ่ายทั้งหมดโดยจำเป็น เพื่อการเดินทางจากต่างถิ่นในการเข้ารับงานเป็นครั้งแรก หรือในการกลับถิ่นเดิมเมื่อการจ้างได้สิ้นสุดลงเล้ว แต่ข้อยกเว้นนี้มิให้รวมถึงค่าเดินทางที่ลูกจ้างได้รับในการกลับถิ่นเดิม และในการเข้ารับงานของนายจ้างเดิมภายในสามร้อยหกสิบห้าวันนับแต่วันที่การจ้างครั้งก่อนสิ้นสุดลง” ตรงนี้ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่คำว่ากลับถิ่นเดิมนะครับ ถ้าให้ถูกจริง ๆ ก็ยึดตามหน้า Passport นะครับ คนชาติไหนกลับถึิ่นเดิมก็คือกลับไปที่ประเทศนั้น ๆ ครับ และที่สำคัญต้องดูด้วยว่าการจะได้สิทธิ์นี้ระยะเวลาการจ้างงานของทั้งสองครั้งต้องมากกว่า 365 วันนะครับ (ดูวันจากสัญญาจ้างงาน) ดังนั้นในกรณีนี้ ถ้าเป็นการจ้างงานในประเทศไทยครั้งแรกของ Expat ท่านนี้ เงิน Relocation Allowance สำหรับการเดินทางกลับถิ่นฐานเดิม ของเค้าก็ไม่ต้องนำมารวมคิดภาษีนะครับ .  

เงินได้จากค่าย้านถิ่นฐานเข้า/ออก จากบริษัทในประเทศไทย (Relocation Allowance) ของพนักงานต่างชาติเสียภาษีหรือไม่อย่างไร Read More »

Woman Writing on a Notebook Beside Teacup and Tablet Computer

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: เงินอะไรที่พนักงานได้เมื่อออกจากกองทุนฯและภาระภาษี ตอน 1

เงินอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องเมื่อพ้นสภาพการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินที่เกี่ยวข้องก็จะมี 4 ส่วนนะครับ 1) เงินสะสม (ลูกจ้างสะสม) 2) เงินที่ได้จากการนำเงินข้อ 1) ไปลงทุน 3) เงินสมทบ (นายจ้างสมทบ) 4) เงินที่ได้จากการนำเงินข้อ 3) ไปลงทุน   เงินส่วนที่ 1) และ 2) ปกติพนักงานได้อยู่แล้วนะครับ ถึงแม้พนักงานจะโดนเลิกจ้างเนื่องจากกระทำความเสียหายให้นายจ้างก็ตาม ส่วนเงินก้อนที่ 3) และ 4) นั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุนครับ เอาเป็นว่าสมมุติได้เงินมา M บาทนะครับ ในกรณีปกติเงินที่เราต้องมารวมคิดภาษีคือเงินก้อนที่ (2), (3) และ (4) [M-(1)] ครับ อย่าเข้าใจผิดว่าเงินก้อน (1) ไม่เสียภาษีนะครับ เพราะเงินก้อนแรกถูกคิดภาษีไปพร้อมกับเงินเดือนเราทุกเดือนแล้วครับ (เรื่องการคิดภาษี ผมจะอธิบายรายละเอียดอีกทีในบทความหน้าครับ)   ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 52)  ประกาศฉบับนี้โดยรวมแล้วต้องการจะบอกว่า เงินที่ลูกจ้างได้จากกองทุนฯ (M บาท) เมื่อลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณ,

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: เงินอะไรที่พนักงานได้เมื่อออกจากกองทุนฯและภาระภาษี ตอน 1 Read More »

Silhouette Photography of Group of People Jumping during Golden Time

Provident Fund (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) พนักงานขั้นต่ำกี่คนถึงจัดตั้งได้

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คำถามที่ผมมักได้ยินบ่อย ๆ คือ ต้องมีจำนวนพนักงานขั้นต่ำกี่คน บริษัทจึงสามารถจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้  ก่อนจะไปถึงตรงนั้นผมขออธิบายคร่าว ๆ นะครับเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบครับ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยเงินของกองทุนมาจากเงินที่ลูกจ้างจ่ายส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสะสม“และนายจ้างจ่ายเงินเข้าอีกส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสมทบ “ (ลูกจ้างออมเงินเท่าไร นายจ้างช่วยเติมเงินให้ในจำนวนเท่ากันหรือมากกว่าที่ลูกจ้างจ่ายเสมอ)  กองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐผ่านกฎหมายที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ “ หลักการในการสะสมและสมทบเงิน เงินสะสมของลูกจ้าง เป็นเงินที่ลูกจ้างยินยอมให้นายจ้างหักจากค่าจ้างสะสมเข้ากองทุนทุกเดือนในอัตราไม่ต่ำกว่า 2% แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตามอัตราที่กำหนดไว้ใน ข้อบังคับกองทุนของแต่ละนายจ้าง เงินสมทบของนายจ้าง เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุนตามจำนวนลูกจ้างที่เป็นสมาชิก โดยอัตราสมทบต้องไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้างบางบริษัทใช้เรื่องของกองทุนในการรักษาพนักงานไว้กับบริษัทโดยการกำหนดเวลาการทำงานขั้นต่ำที่ต้องอยู่กับบริษัทเพื่อให้ได้เงินสมทบในส่วนของนายจ้าง โดยทั่วไปที่พบคือต้องอยู่ครบ 5 ปี (อันนี้แล้วแต่กองทุนนะครับ) ปล. ข้อบังคับกองทุนอาจระบุถึงเหตุที่จะทำให้สมาชิกหมดสิทธิได้รับเงินสมทบและผลตอบแทนจากเงินสมทบได้ด้วย เช่น การลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงาน  การที่ลูกจ้างทุจริตต่อนายจ้าง  หรือทำให้นายจ้างเสียหายด้วยความจงใจหรือด้วยความประมาทเลินเล่อ กลับมาถึงคำถามว่า จำเป็นต้องมีพนักงานขั้นต่ำกี่คนถึงจะตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขึ้นมาได้ ก็ตอบได้เลยว่าพนักงานขั้นต่ำเพียง 1 ท่านก็ตั้งกองทุนได้แล้วครับโดยอ้างอิงจากมาตรา 5 ของพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 “มาตรา 5

Provident Fund (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) พนักงานขั้นต่ำกี่คนถึงจัดตั้งได้ Read More »

Close-up of Human Hand

หนังสือ 5 เล่มที่ต้องอ่าน สำหรับคนกำลังหางาน!!!

การอ่านช่วยเพิ่มมุมมองให้กับชีวิตเรานะครับ สำหรับผู้ที่กำลังหางาน ผมมีหนังสือแนะนำ 5 เล่มครับ บางเล่มผมเคยได้ยินมาบ้างครับ แต่ก็ยังไม่เคยได้อ่านซักเล่มนะครับ ผมแนบ link ของบทย่อของหนังสือแต่ละเล่มมาให้ด้วยนะครับ มาดูรายชื่อหนังสือกันเลยครับ 1. How To Win Friends and Influence People by Dale Carnegie    หนังสือเล่มนี้้ถึงแม้จะเขียนมากว่า 80 ปีแล้วนะครับ แต่เนื้อหานั้นยังสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้นะครับ ผู้เขียนนั้นให้หลักการไว้ชัดเจนครับ เช่น ทำอย่างไรให้คนชอบเราและทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนนิสัยคนอื่นโดยที่ไม่ทำให้ผู้ผู้นั้นรู้สึกแย่กับเรา 2. What Color Is Your Parachute by Richard Nelson Bolles หนังสือเล่มนี้ให้แนวคิดที่ดีนะครับ ในวิธีที่สวนทางกันระหว่างผู้หางานที่จะหาตำแหน่งงานและบริษัทที่กำลังหาพนักงาน ดังนั้นการเข้าใจวิธีที่บริษัทเค้ามองก็เป็นสิ่งที่ดีกับเราเองครับ 3. Do What You Are by Paul D. Tieger and Barbara Barron-Tieger  หนังสือเล่มนี้ผมหารายละเอียดได้เพียงจาก Amazon.com  ครับ

หนังสือ 5 เล่มที่ต้องอ่าน สำหรับคนกำลังหางาน!!! Read More »

Free stock photo of accountant, accounting, administration

ใบลาออก…ยกเลิกได้หรือไม่

สวัสดีครับ เมื่อไม่นานมานี้ มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า ที่ทำงานของเพื่อนมีพนักงานท่านหนึ่งได้ยื่นใบลาออกไปแล้วโดยยื่นเอกสารถูกต้องตามระเบียบของบริษัท ซึ่งพอหลังจากยื่นแล้วได้มีการคุยกับเพื่อนร่วมงาน แล้วไม่รู้อิท่าไหน พนักงานท่านนี้เกิดเปลี่ยนใจ ไม่อยากออกแล้ว คำถามที่มาถึงผมคือว่า พนักงานท่านนั้นขอยกเลิกใบลาออก ได้หรือไม่   ผมขออ้างถึงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง มีสิทธิ์เลิกสัญญาหรือโดยบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลิกสัญญาเช่นนั้น ย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง แสดงเจตนาดังกล่าวมาในวรรคก่อนนั้น ท่านว่าหาอาจจะถอนได้ไม่” ดังนั้นคำตอบของคำถามนี้ (ตามหลักกฎหมาย) คือ เมื่อถึงวันที่ระบุว่าเป็นวันทำงานสุดท้ายในจดหมายลาออกนั้น พนักงานท่านนี้ก็ต้องพ้นสภาพการเป็นพนักงานทันทีครับ ที่เราเห็นกันว่า ลูกจ้างยื่นใบลาออกแล้ว เกิดเปลี่ยนใจแล้วก็ยังทำงานอยู่ได้นั้น ต้องบอกว่า นายจ้างเค้าใจดีครับ

ใบลาออก…ยกเลิกได้หรือไม่ Read More »

Black Calculator Near Ballpoint Pen on White Printed Paper

วิธีรับความเครียดของคนที่ประสบความสำเร็จ (ตอน 1)

ผมได้อ่านบทความเรื่องนี้ใน Linkedin แล้วเห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาแชร์ให้อ่านกันครับ บทความเรื่องนี้เกี่ยวกับการรับความเครียดของผู้ที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่ทราบกันว่าความเครียดนั้นมีผลเสียกับทั้งร่างกายและจิตใจ ในขณะเดียวกันความเครียดก็ไม่ใช่จะไม่มีประโยชน์ทีเดียวเพราะความเครียดที่เรามีบางทีก็เป็นตัวกระตุ้นให้เราทำงานที่เราตั้งใจให้เสร็จเหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือเราจะจัดการกับความเครียดอย่างไรให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับเรา ในบทความได้พูดถึง 10 วิธีในการรับความเครียด ดังนี้ครับ 1. พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี งานวิจัยจาก University of California สนันสนุนว่าการมีความคิดเช่นนี้จะทำให้ระดับ ฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียดลดลง มีผลทำให้กายและใจพร้อมที่จะทำงานมากขึ้น 2. หลีกเลี่ยงการถามตัวเองว่า “What If” บางทีการตั้งคำถามว่า จะเป็นอย่างไร ถ้า…ก็ทำให้ประสิทธิภาพในการ Focus ทางแก้ปัญหาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งลดลงไปเหมือนกัน เพราะต้องคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นและจะแก้อย่างไรนอีกหลากหลาย Scenarios 3. คิดบวก ความคิดในแง่บวกทำให้ความเครียดขาดช่วงไป ลองคิดถึงความคิดบวกในอดีดหรือในอนาคตที่กำลังจะเกิดก็ได้ครับ 4. อยู่เงียบ ๆ ซักระยะ อันนี้หลักการเดียวกับข้อที่แล้วครับ เป็นการทำให้ความเครียดขาดช่วง มีการศึกษาพบว่า การทีวันหนึ่งมีการกำหนดช่วงเวลาให้หยุดอ่านอีเมล์ (Email Brake) สามารถช่วยลดระดับความเครียดได้ครับ 5. ลดระดับคาเฟอีน การเพิ่มระดับคาเฟอีนมีผลให้เพิ่มระดับอะดรีนาลีน การเพิ่มของอะดรีนาลีนจะทำให้ตัวเราอยู่ในสภาวะ “ไม่สู้ ก็ถอย” (Fight or Flight

วิธีรับความเครียดของคนที่ประสบความสำเร็จ (ตอน 1) Read More »

Man in White Dress Shirt Holding Black Smartphone

สวัสดิการ (Welfare)

ข้อความที่แล้วได้พูดถึงนิยามและองค์ประกอบของคำว่า “ค่าจ้าง” ใจความสำคัญก็คืออะไรที่ถือเป็นค่าจ้างแล้ว ต้องนำไปฐานในการคำนวนเงินบางประเภท เช่นเงินค่าล่วงเวลา, ค่าทำงานในวันหยุด รวมถึงเงินชดเชย นอกจากคำว่าค่าจ้างแล้ว สวัสดิการ (Welfare) ก็เป็นอีกคำหนึ่งที่เราคุ้นหู  สวัสดิการ คือ การที่นายจ้างจัดหาสิ่งต่าง ๆให้ลูกจ้างเพื่อช่วยเหลือหรือจูงใจ นอกเหนือจากค่าจ้าง เช่น เงินโบนัส, เบี้ยขยัน, ค่านั้ามันรถ และค่าเครื่องแบบเป็นต้น สิ่งที่อยากจะนำมาแชร์ในวันนี้ก็คือ สวัสดิการที่นายจ้างจัดหาให้พวกเรานั้น ถือเป็นสภาพการจ้าง (เงื่อนไขการจ้างระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง) ดังนั้น เมื่อจัดหาให้แล้วไม่สามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงในทางลดน้อยถอยลงได้ (ง่าย ๆ) ที่ใส่วงเล็บไปเพราะตามตัวบทกฏหมายเข้าให้เปลี่ยนได้แต่ต้อง 1) นายจ้างหรือลูกจ้างเรียกร้องต่อกัน ตั้งตัวแทนมาเจรจากัน และ 2) ลูกจ้างต้องยินยอม ผมยังพอจำภาพได้ตอนที่เศรษฐกิจไม่ดี แล้วบริษัทนำจดหมายยินยอมมาให้เซ็นเพื่อปรับลดเงินเดือน 🙂 อย่างไรก็ตามในกรณีที่ปรับเปลี่ยนแล้วเป็นคุณกับลูกจ้างสามารถเปลี่ยนได้เลย ดังนั้นในมุมของนายจ้างการกำหนดสวัสดิการควรกำหนดระยะเวลาเช่น ทางบริษัทจะจัดสวัสดิการให้พนักงานในเรื่องรถรับส่ง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 ถึง 31 ธันวาคม 2557 เป็นต้น  

สวัสดิการ (Welfare) Read More »

thThai
Scroll to Top