E-Payslip คืออะไร? ทำไม SME ยุคใหม่ควรเปลี่ยนจากสลิปคาร์บอน
เปรียบเทียบข้อดีระหว่างสลิปเงินเดือนแบบกระดาษกับระบบ E-Payslip ออนไลน์ในแง่ต้นทุนและความปลอดภัย
E-Payslip คืออะไร? ทำไม SME ยุคใหม่ควรเปลี่ยนจากสลิปคาร์บอน Read More »
เปรียบเทียบข้อดีระหว่างสลิปเงินเดือนแบบกระดาษกับระบบ E-Payslip ออนไลน์ในแง่ต้นทุนและความปลอดภัย
E-Payslip คืออะไร? ทำไม SME ยุคใหม่ควรเปลี่ยนจากสลิปคาร์บอน Read More »
อัปเดตสิทธิ์การลาตามกฎหมายแรงงานฉบับล่าสุด 2569 สำหรับพนักงานลาคลอดและลาเพื่อกิจการครอบครัว
กฎหมายแรงงาน 2569: สิทธิ์ลาคลอดและสิทธิ์การลาที่นายจ้างต้องรู้ Read More »
ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ เจ้าของกิจการมักต้องแบกรับหน้าที่หลายอย่าง การทำเงินเดือนและสวัสดิการพนักงานเป็นงานเอกสารที่ใช้เวลาสูงและต้องมีความรู้ด้านกฎหมายเฉพาะทาง เน้นโฟกัสที่ธุรกิจหลัก แทนที่จะเสียเวลาครึ่งวันในแต่ละเดือนเพื่อตรวจสอบยอดเงินและเตรียมไฟล์ธนาคาร การ Outsource งานส่วนนี้ช่วยให้ผู้บริหารมีเวลาไปโฟกัสกับการหาลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เต็มที่ ลดต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) การจ้างพนักงาน HR ประจำหนึ่งคนมีค่าใช้จ่ายทั้งเงินเดือน สวัสดิการ และอุปกรณ์ทำงาน แต่การใช้บริการรับทำเงินเดือนมีค่าใช้จ่ายตามจำนวนพนักงานจริง (Pay-as-you-go) ซึ่งยืดหยุ่นกว่ามากสำหรับบริษัทขนาดเล็ก ลดความเสี่ยงด้านความผิดพลาด บริษัทรับทำเงินเดือนมืออาชีพจะมีระบบที่อัปเดตกฎหมายภาษีและประกันสังคมอยู่เสมอ ช่วยลดความเสี่ยงที่บริษัทจะถูกตรวจสอบหรือโดนค่าปรับจากการทำเอกสารไม่ถูกต้อง
ทำไมบริษัทเปิดใหม่ควรเลือกใช้บริการ Payroll Outsource ตั้งแต่วันแรก Read More »
การทำเงินเดือนดูเหมือนจะเป็นเรื่องการบวกลบตัวเลขทั่วไป แต่สำหรับธุรกิจ SME ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของพนักงานและปัญหาข้อพิพาทแรงงานได้ 1. คำนวณค่าล่วงเวลา (OT) ผิดประเภท หลายธุรกิจสับสนระหว่างการทำ OT ในวันธรรมดา (1.5 เท่า) กับการทำงานในวันหยุด (1 เท่า หรือ 3 เท่า) การใช้ฐานเงินเดือนที่ไม่รวมเบี้ยเลี้ยงประจำมาคำนวณอาจทำให้ลูกจ้างได้รับเงินไม่ครบตามกฎหมาย 2. ส่งเงินสมทบประกันสังคมล่าช้า การเลยกำหนดวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทำให้บริษัทต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของจำนวนเงินที่ขาดไป ซึ่งเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงได้ 3. หักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ถูกต้อง การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้าต้องอาศัยความแม่นยำ หากหักไว้น้อยเกินไป พนักงานจะได้รับภาระหนักในช่วงปลายปี 4. ไม่จัดทำเอกสารแสดงรายได้ (Payslip) ตามกฎหมายนายจ้างต้องให้หลักฐานการจ่ายเงินเดือนพนักงาน การไม่มีระบบจัดเก็บที่ดีทำให้ยากต่อการตรวจสอบย้อนหลัง 5. ขาดการสำรองข้อมูล การเก็บข้อมูลไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวโดยไม่มีระบบ Cloud เสี่ยงต่อการสูญหายของข้อมูลสำคัญเมื่ออุปกรณ์เสียหาย
5 ข้อผิดพลาดในการทำ Payroll ที่ SME ไทยพบบ่อยที่สุด Read More »
สรุปการปรับเพดานประกันสังคมปี 2569 จาก 15,000 เป็น 17,500 บาท และผลกระทบต่อต้นทุนแรงงานของ SME
อัปเดต 2569: เพดานประกันสังคมใหม่ 17,500 บาท SME ต้องเตรียมตัวอย่างไร Read More »
มีลูกค้าขอคำปรึกษามาบ่อยพอสมควรครับ กรณีที่มีพนักงานชาวต่างชาติจะเดินทางกลับประเทศ แล้วนายจ้างใจดีออกค่าเดินทางให้เช่นค่าตั๋วเครื่องบินรวมถึงค่า Courier ในการขนสัมภาระต่าง ๆ กลับประเทศถิ่นฐานเดิม เงินได้ตรงนี้ต้องนำมารวมคำนวณภาษีหรือไม่ การตอบคำถามนี้ผมขอยกประมวลกฎหมายรัษฎากรมาตรา 40(1) และ มาตรา 42(3) มาช่วยในการตัดสินใจนะครับ เงินได้อันนี้ถือเป็นเงินได้ที่ได้จากการจ้างงานนะครับ เพราะฉะนั้นต้องนำมาคำนวณภาษีครับ แต่อย่างไรก็ตาม มาตรา 42 มีการกล่าวถึง เงินได้พึงประเมินบางประเภทที่ไม่ต้องนำมาคิดภาษีครับ ซึ่งมาตรา 42(3) กล่าวดังนี้ครับ “เงินค่าเดินทางซี่งนายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเฉพาะส่วนที่ลูกจ้างได้จ่ายทั้งหมดโดยจำเป็น เพื่อการเดินทางจากต่างถิ่นในการเข้ารับงานเป็นครั้งแรก หรือในการกลับถิ่นเดิมเมื่อการจ้างได้สิ้นสุดลงเล้ว แต่ข้อยกเว้นนี้มิให้รวมถึงค่าเดินทางที่ลูกจ้างได้รับในการกลับถิ่นเดิม และในการเข้ารับงานของนายจ้างเดิมภายในสามร้อยหกสิบห้าวันนับแต่วันที่การจ้างครั้งก่อนสิ้นสุดลง” ตรงนี้ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่คำว่ากลับถิ่นเดิมนะครับ ถ้าให้ถูกจริง ๆ ก็ยึดตามหน้า Passport นะครับ คนชาติไหนกลับถึิ่นเดิมก็คือกลับไปที่ประเทศนั้น ๆ ครับ และที่สำคัญต้องดูด้วยว่าการจะได้สิทธิ์นี้ระยะเวลาการจ้างงานของทั้งสองครั้งต้องมากกว่า 365 วันนะครับ (ดูวันจากสัญญาจ้างงาน) ดังนั้นในกรณีนี้ ถ้าเป็นการจ้างงานในประเทศไทยครั้งแรกของ Expat ท่านนี้ เงิน Relocation Allowance สำหรับการเดินทางกลับถิ่นฐานเดิม ของเค้าก็ไม่ต้องนำมารวมคิดภาษีนะครับ .
เงินอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องเมื่อพ้นสภาพการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินที่เกี่ยวข้องก็จะมี 4 ส่วนนะครับ 1) เงินสะสม (ลูกจ้างสะสม) 2) เงินที่ได้จากการนำเงินข้อ 1) ไปลงทุน 3) เงินสมทบ (นายจ้างสมทบ) 4) เงินที่ได้จากการนำเงินข้อ 3) ไปลงทุน เงินส่วนที่ 1) และ 2) ปกติพนักงานได้อยู่แล้วนะครับ ถึงแม้พนักงานจะโดนเลิกจ้างเนื่องจากกระทำความเสียหายให้นายจ้างก็ตาม ส่วนเงินก้อนที่ 3) และ 4) นั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุนครับ เอาเป็นว่าสมมุติได้เงินมา M บาทนะครับ ในกรณีปกติเงินที่เราต้องมารวมคิดภาษีคือเงินก้อนที่ (2), (3) และ (4) [M-(1)] ครับ อย่าเข้าใจผิดว่าเงินก้อน (1) ไม่เสียภาษีนะครับ เพราะเงินก้อนแรกถูกคิดภาษีไปพร้อมกับเงินเดือนเราทุกเดือนแล้วครับ (เรื่องการคิดภาษี ผมจะอธิบายรายละเอียดอีกทีในบทความหน้าครับ) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 52) ประกาศฉบับนี้โดยรวมแล้วต้องการจะบอกว่า เงินที่ลูกจ้างได้จากกองทุนฯ (M บาท) เมื่อลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณ,
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: เงินอะไรที่พนักงานได้เมื่อออกจากกองทุนฯและภาระภาษี ตอน 1 Read More »
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คำถามที่ผมมักได้ยินบ่อย ๆ คือ ต้องมีจำนวนพนักงานขั้นต่ำกี่คน บริษัทจึงสามารถจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ ก่อนจะไปถึงตรงนั้นผมขออธิบายคร่าว ๆ นะครับเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบครับ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยเงินของกองทุนมาจากเงินที่ลูกจ้างจ่ายส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสะสม“และนายจ้างจ่ายเงินเข้าอีกส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสมทบ “ (ลูกจ้างออมเงินเท่าไร นายจ้างช่วยเติมเงินให้ในจำนวนเท่ากันหรือมากกว่าที่ลูกจ้างจ่ายเสมอ) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐผ่านกฎหมายที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ “ หลักการในการสะสมและสมทบเงิน เงินสะสมของลูกจ้าง เป็นเงินที่ลูกจ้างยินยอมให้นายจ้างหักจากค่าจ้างสะสมเข้ากองทุนทุกเดือนในอัตราไม่ต่ำกว่า 2% แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตามอัตราที่กำหนดไว้ใน ข้อบังคับกองทุนของแต่ละนายจ้าง เงินสมทบของนายจ้าง เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุนตามจำนวนลูกจ้างที่เป็นสมาชิก โดยอัตราสมทบต้องไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้างบางบริษัทใช้เรื่องของกองทุนในการรักษาพนักงานไว้กับบริษัทโดยการกำหนดเวลาการทำงานขั้นต่ำที่ต้องอยู่กับบริษัทเพื่อให้ได้เงินสมทบในส่วนของนายจ้าง โดยทั่วไปที่พบคือต้องอยู่ครบ 5 ปี (อันนี้แล้วแต่กองทุนนะครับ) ปล. ข้อบังคับกองทุนอาจระบุถึงเหตุที่จะทำให้สมาชิกหมดสิทธิได้รับเงินสมทบและผลตอบแทนจากเงินสมทบได้ด้วย เช่น การลาออกจากกองทุนโดยไม่ออกจากงาน การที่ลูกจ้างทุจริตต่อนายจ้าง หรือทำให้นายจ้างเสียหายด้วยความจงใจหรือด้วยความประมาทเลินเล่อ กลับมาถึงคำถามว่า จำเป็นต้องมีพนักงานขั้นต่ำกี่คนถึงจะตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขึ้นมาได้ ก็ตอบได้เลยว่าพนักงานขั้นต่ำเพียง 1 ท่านก็ตั้งกองทุนได้แล้วครับโดยอ้างอิงจากมาตรา 5 ของพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 “มาตรา 5
Provident Fund (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) พนักงานขั้นต่ำกี่คนถึงจัดตั้งได้ Read More »
การอ่านช่วยเพิ่มมุมมองให้กับชีวิตเรานะครับ สำหรับผู้ที่กำลังหางาน ผมมีหนังสือแนะนำ 5 เล่มครับ บางเล่มผมเคยได้ยินมาบ้างครับ แต่ก็ยังไม่เคยได้อ่านซักเล่มนะครับ ผมแนบ link ของบทย่อของหนังสือแต่ละเล่มมาให้ด้วยนะครับ มาดูรายชื่อหนังสือกันเลยครับ 1. How To Win Friends and Influence People by Dale Carnegie หนังสือเล่มนี้้ถึงแม้จะเขียนมากว่า 80 ปีแล้วนะครับ แต่เนื้อหานั้นยังสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้นะครับ ผู้เขียนนั้นให้หลักการไว้ชัดเจนครับ เช่น ทำอย่างไรให้คนชอบเราและทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนนิสัยคนอื่นโดยที่ไม่ทำให้ผู้ผู้นั้นรู้สึกแย่กับเรา 2. What Color Is Your Parachute by Richard Nelson Bolles หนังสือเล่มนี้ให้แนวคิดที่ดีนะครับ ในวิธีที่สวนทางกันระหว่างผู้หางานที่จะหาตำแหน่งงานและบริษัทที่กำลังหาพนักงาน ดังนั้นการเข้าใจวิธีที่บริษัทเค้ามองก็เป็นสิ่งที่ดีกับเราเองครับ 3. Do What You Are by Paul D. Tieger and Barbara Barron-Tieger หนังสือเล่มนี้ผมหารายละเอียดได้เพียงจาก Amazon.com ครับ
หนังสือ 5 เล่มที่ต้องอ่าน สำหรับคนกำลังหางาน!!! Read More »
สวัสดีครับ เมื่อไม่นานมานี้ มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า ที่ทำงานของเพื่อนมีพนักงานท่านหนึ่งได้ยื่นใบลาออกไปแล้วโดยยื่นเอกสารถูกต้องตามระเบียบของบริษัท ซึ่งพอหลังจากยื่นแล้วได้มีการคุยกับเพื่อนร่วมงาน แล้วไม่รู้อิท่าไหน พนักงานท่านนี้เกิดเปลี่ยนใจ ไม่อยากออกแล้ว คำถามที่มาถึงผมคือว่า พนักงานท่านนั้นขอยกเลิกใบลาออก ได้หรือไม่ ผมขออ้างถึงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง มีสิทธิ์เลิกสัญญาหรือโดยบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลิกสัญญาเช่นนั้น ย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง แสดงเจตนาดังกล่าวมาในวรรคก่อนนั้น ท่านว่าหาอาจจะถอนได้ไม่” ดังนั้นคำตอบของคำถามนี้ (ตามหลักกฎหมาย) คือ เมื่อถึงวันที่ระบุว่าเป็นวันทำงานสุดท้ายในจดหมายลาออกนั้น พนักงานท่านนี้ก็ต้องพ้นสภาพการเป็นพนักงานทันทีครับ ที่เราเห็นกันว่า ลูกจ้างยื่นใบลาออกแล้ว เกิดเปลี่ยนใจแล้วก็ยังทำงานอยู่ได้นั้น ต้องบอกว่า นายจ้างเค้าใจดีครับ
ใบลาออก…ยกเลิกได้หรือไม่ Read More »